โปรแกรม LINE บน PC เวอร์ชั่น 3.3.0 เปิดไฟล์รูป เซฟไฟล์รูป ไม่ได้ !

โปรแกรม LINE บน PC ใหม่

จากที่เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา ทางบริษัท Naver ผู้พัฒนา แอพพลิเคชั่น LINE ที่มีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนจากทั่วโลก ก็ได้คลอดออกเจ้าตัว โปรแกรม LINE บนเครื่อง PC เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด 3.3.0.69 ออกมาพร้อมกับแจ้ง รายการ การอัพเดทโปรแกรมนี้ไปมากพอสมควร อาทิเช่น ปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของโปรแกรมใหม่ทั้งหมด บันทึกประวัติการสนทนาได้ และอีกฟีเจอร์ที่เหล่าบรรดาคนเล่นไลน์คงจะชอบมากๆ ก็คือ ความสามารถในการเปิดดูไทม์ไลน์ (TimeLine) ของคนอื่นได้ ผ่าน LINE PC โดยตรง ซึ่งคุณสามารถที่จะไปกดไลค์ หรือแสดงความคิดเห็น (คอมเมนต์) ได้โดยตรง เหมือนในแอพฯ เลย ยิ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดาวน์โหลด และ กำลังจะดาวน์โหลดได้เป็นอย่างมาก แถมยังสามารถเลือกเปิด (Shown) ปิด (Hidden) ดูเฉพาะคนต้องการจะดูไทม์ไลน์ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าให้สิทธิ์ความเป็นส่วนตัว ส่วนบุคคลกันเต็มที่

แน่นอนว่าวันที่ โปรแกรมนี้ถูกปล่อย ออกมา ใครที่เปิดโปรแกรมเข้าไปก็จะมีแจ้งการอัพเดท เพราะหลายคนเชื่อว่าการอัพเดทจะเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาด แถมยังเพิ่มฟีเจอร์ ลูกเล่นความสามารถใหม่ๆ เข้ามาให้กับโปรแกรม จึงไม่ลังเลที่จะกดปุ่มอัพเดท อัพเกรดกันโดยทันที

หลังจากอัพเดท โปรแกรม LINE บน PC แล้วเป็นอย่างไร ?

แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด หลังจากอัพเดทเสร็จ ในช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2556 (ศุกร์ 13 วันดีซะด้วย) เริ่มมีคน มีเสียงบ่นจากผู้ใช้งานว่า โหลด LINE PC ล่าสุด ใหม่ล่าสุดมาแล้ว ไม่สามารถเปิดหรือเซฟ รูปภาพจากเพื่อนอีกฝั่งที่ส่งมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการแชทแบบเดี่ยว หรือแชทแบบกรุ๊ป ซึ่งปัญหานี้ก็ถือได้ว่าเป็นปัญหาที่ใหญ่มากๆ เหมือนกัน ซึ่งก็เป็นที่คาดการณ์ว่าทางบริษัท Naver ผู้พัฒนาโปรแกรม จะออกอัพเดทมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยเร็วที่สุด

หลังจากนั้นเพียง 1 วัน (วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556) ทาง Naver ก็ได้ออกเวอร์ชั่น 3.3.0.70 มาใหม่ ซึ่งก็เป็นที่คาดเดว่า จะมีการแก้ไขข้อผิดพลาดเรื่องเปิดรูปไม่ขึ้นตรงนี้ แต่การอัพเดทครั้งนี้ ปัญหานี้ก็ยังไม่ได้ถูกรับการแก้ไขแต่อย่างใด อย่างไรเราคงต้องจับตาดูต่อไป ว่าจะมีการแก้ไขเมื่อไหร่ ต้องขอให้ติดตามต่อไป

FlashDrive (แฟลชไดรฟ์) ต่างกับ ThumbDrive อย่างไร ?

แฟลชไดรฟ์

 

หากเอ่ยคำว่า USB FlashDrive (แฟลชไดร์ฟ) และ USB ThumbDrive ณ เวลานี้หากถามว่า แฟลชไดร์ฟคืออะไรนั้น คงจะไม่มีใครไม่รู้จัก และไม่เคยใช้ เจ้าสิ่งนี้ ที่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นแท่งสีเหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ เสียบเข้ากับพอร์ตครอบจักรวาลที่รู้จักกันดีอย่างยูเอสบี (USB) นั่นเอง ประเทศไทยเรานิยมใช้เจ้าแฟลชไดรฟ์ กันมาตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 2002 (สิบปีกว่าๆ แล้ว) โดยเอกลักษณ์เฉพาะของมันคือเอาไว้ใช้เป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเก็บโปรแกรม หรือ ซอฟต์แวร์ต่างๆ รวมไปถึง ไฟล์เอกสาร (Document Files) ไฟล์รูปภาพ (Image Files) ไฟล์เพลง (Music Files) หรือแม้แต่ ไฟล์วีดีโอ (Video Files) แต่ด้วยรูปลักษณ์ของมันจึงทำให้เป็นอุปกรณ์ที่พกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา และมีความจุมากกว่าอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลในยุคก่อนๆ ที่ผ่านมา ขนาดแรกเริ่มของมันเริ่มมาจากขนาดเล็กๆ พื้นที่จัดเก็บเป็นหน่วยเมกะไบต์ (MB.) ตั้งแต่ 16 MB. 32 MB. 64 MB. 128 MB. แต่ในปัจจุบัน ขึ้นหลัก กิกะไบต์ (GB.) ไปแล้ว บางทีมีขนาดใหญ่ หรือมีความจุมากกว่าฮาร์ดดิสก์เสียอีก

การจัดเก็บจะลักษณะเหมือนกับ Floppy Disk หรือแผ่นซีดี ที่ขายกันอยู่ตามท้องตลาด แต่ตัวนี้ใช้หน่วยความจำแบบแฟลช ซึ่งข้อดีคือไม่ต้องมีหัวอ่านข้อมูลมาให้ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเสีย การพังไปได้มาก และสามารถลดระดับดีกรีการดูแลรักษาไปได้เยอะ ไม่ต้องกลัวเรื่องการจัดเก็บในที่ร้อน เหมือนแผ่นซีดี อีกต่างหาก โดยรุ่นแรกที่ผลิตออกมาใช้ชื่อ ThumbDrive สรุปคือคำว่า “FlashDrive” คือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของอุปกรณ์ตัวนี้ แต่ ThumbDrive เป็นชื่อเรียกทางการค้าของบริษัทผู้ผลิตรายหนึ่ง นอกจากนี้แล้วยังมีชื่อเรียกทางการค้าอื่นๆ อีกมากมายแล้วแต่ทางผู้ผลิตได้ผลิตออกมา อาทิเช่น HandyDrive, DataDrive หรือแม้แต่ KeyDrive และอีกสารพัดจะเรียกนั่นเอง จะคล้ายๆ กับคำว่า เครื่องซีร็อกซ์ (Xerox Machine) ซึ่งเป็นชื่อเรียกทางการค้า (ชื่อยี่ห้อ) แต่ชื่อเป็นทางการของมันคือ เครื่องถ่ายเอกสาร หรือ เครื่องถ่ายสำเนา เป็นต้น

คำว่า “โปรแกรม” กับ “ซอฟต์แวร์” ต่างกันอย่างไร ?

Program and Software

เชื่อว่าเราคงจะได้ยินคำเหล่านี้อยู่บ่อยๆ คำว่าว่า ซอฟต์แวร์ (Software) และ โปรแกรม (Program) จากทั้งในหนังสือ ป้ายโฆษณา ตามเว็บไซต์ต่างๆ เจอสองคำนี้ผ่านหูผ่านตาบ่อยมากๆ จนวันหนึ่งต้องไปหาคำตอบซึ่งพบว่ามัน โปรแกรมคือ อะไร ซอฟต์แวร์คือ อะไร แล้วเหมือนกันอย่างชัดเจนหรือไม่ บางคนเรียกก็เรียกว่า “ซอฟต์แวร์” บางคนก็เรียกว่า “โปรแกรม” สรุปคือ ฝรั่งบอกว่าทั้งสองคำนี้เหมือนกัน คำว่า โปรแกรม มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก แต่คำว่า โปรแกรม อาจมีความหมายที่กว้างกว่าคือ อาจหมายถึงกำหนดการของงานต่างๆ แผนงานต่างๆ (Event) ได้อาทิเช่น โปรแกรมทัวร์ โปรแกรมรักษาผิวหน้า โปรแกรมงานอีเวนต์ ส่วน ซอฟต์แวร์ หมายถึง โปรแกรมหรือสิ่งที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น สุดท้ายโดยรวมคือ เหมือนกัน และใช้แทนกันได้ อย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจากนี้แล้วอาจจะเจอคำว่า โปรแกรม สะกดในรูปแบบที่แตกต่างกันในภาษาอังกฤษอีกต่างๆ แบบแรกคือสะกดว่า Program ส่วนแบบที่สองคือ Programme ทั้งสองแบบก็มีความหมายเช่นกัน แต่อาจจะใช้คนละประเทศกัน ในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นนิยมใช้คำว่า Program ส่วนในประเทศอังกฤษ หรือเครือสหราชอาณาจักรนั้นจะใช้คำว่า Programme เป็นต้น

ยิ่งไปกว่านั้น ในปัจจุบันสมัยนี้คำว่า “Application (แอพพลิเคชั่น)” หรือที่วัยรุ่นนิยมเรียกสั้นๆ ว่า “แอพฯ” คืออะไร ทำไมได้ยินคำนี้บ่อยจัง ซึ่งคำว่า “แอพฯ” นั้นเป็นหมวดย่อยของ ซอฟต์แวร์ อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งหมวดหลักๆ ของ ซอฟต์แวร์ แบ่งออกเป็นสองส่วนหลักๆ คือ ซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบ (System Software) จำพวก ระบบปฏิบัติการที่เราคุ้นเคยกันอย่าง Windows, Mac OS, Linux ถ้าเป็นบนสมาร์ทโฟนก็พวก iOS, Android, BlackBerry เป็นต้นและอีกส่วนคือพวก ซอฟต์แวร์ประยุกต์ หรือ (Application Software) ที่พวกเรารู้จักนั่นเอง